Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าอยากให้ห้องดูสวยแบบลงตัว หนึ่งในคู่ที่ควรเลือกไปพร้อมกันคือ วอลเปเปอร์และผ้าม่าน เพราะทั้งสองอย่างกินพื้นที่ทางสายตาค่อนข้างมาก และมีผลกับ Mood ของห้องโดยตรงค่ะ
แต่การจับคู่ให้สวยไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลือกสีเดียวกันทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการเลือก โทนสี น้ำหนักสี Texture และแสง ให้ทำงานร่วมกัน จนห้องดูมีมิติแต่ยังคงความกลมกลืน
กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้กับหลายห้อง
ให้เลือก วอลเปเปอร์เป็นพื้นของบรรยากาศ แล้วใช้ผ้าม่านช่วยเพิ่มน้ำหนักและความนุ่มนวล โดยเลือกให้อยู่ในโทนใกล้กัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสีเดียวกันเป๊ะค่ะ
ถ้ายังไม่ได้เลือกทั้งสองอย่าง สามารถเลือกควบคู่กันได้เลยค่ะ แต่ในทางปฏิบัติ หากมีวอลเปเปอร์ลายหรือ Texture ที่ชอบเป็นพิเศษ แนะนำให้ใช้วอลเปเปอร์เป็นจุดเริ่มต้น แล้วค่อยเลือกผ้าม่านให้สัมพันธ์กับสีและบรรยากาศของผนัง
ส่วนกรณีที่ห้องมีผ้าม่านเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถกลับวิธีได้ โดยเลือกวอลเปเปอร์จากสีหลักหรือ Undertone ของผ้าม่าน เพื่อให้ภาพรวมของห้องเชื่อมต่อกันค่ะ
หากเลือกวอลเปเปอร์สีครีม ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านสีครีมเดียวกันทั้งหมดค่ะ สามารถขยับไปเป็นเบจ น้ำตาลอ่อน Greige หรือ Taupe ได้ เพื่อเพิ่มความลึกให้กับห้องโดยที่ยังดูกลมกลืน
วิธีนี้ช่วยให้ห้องไม่ดูแบน เพราะแต่ละพื้นผิวมีน้ำหนักสีต่างกันเล็กน้อย แต่เมื่อมองรวมกันยังคงอยู่ใน Mood เดียวกันค่ะ
หากเลือกวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายค่อนข้างชัด แนะนำให้เลือกผ้าม่านสีพื้นหรือมี Texture เบา ๆ เพื่อให้สายตามีจุดพัก
ในทางกลับกัน ถ้าใช้วอลเปเปอร์สีพื้นหรือ Texture ละเอียด สามารถเพิ่มรายละเอียดที่ผ้าม่านได้มากขึ้น เช่น เนื้อผ้าที่มี Texture การจับจีบ หรือใช้ผ้าม่านสองชั้น เพื่อให้ห้องดูมีมิติค่ะ
ห้องที่ดูแพงไม่ได้เกิดจากการใช้สีแพงหรือวัสดุที่เด่นที่สุดเสมอไป แต่เกิดจากการเลือกพื้นผิวให้สัมพันธ์กันค่ะ
ตัวอย่างเช่น วอลเปเปอร์ Texture ลายผ้าสีครีม เมื่อจับคู่กับผ้าม่านเนื้อด้านโทนเบจ จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวล มากกว่าการเลือกผิวที่เงาหรือมีรายละเอียดเยอะทั้งสองอย่างพร้อมกัน
สีวอลเปเปอร์และผ้าม่านอาจเปลี่ยนความรู้สึกได้ตามแสง ห้องที่มีแสงธรรมชาติเข้ามาก สีอาจดูสว่างขึ้น ส่วนห้องที่ใช้แสง Warm Light เป็นหลัก สีครีมและเบจจะดูอุ่นขึ้นค่ะ
ดังนั้นก่อนสรุปสี ควรลองนำตัวอย่างวอลเปเปอร์และตัวอย่างผ้าม่าน ไปดูในพื้นที่จริงในช่วงกลางวันและตอนเปิดไฟ จะช่วยลดโอกาสที่สีจริงออกมาแล้วไม่ตรงกับภาพที่คิดไว้
สำหรับห้องนอน หากต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย แนะนำให้ใช้วอลเปเปอร์สีอ่อน เช่น ครีม เบจ หรือ Greige คู่กับผ้าม่านที่เข้มขึ้นประมาณหนึ่งระดับ จะช่วยให้หน้าต่างมีกรอบและมีมิติ โดยไม่ทำให้ห้องดูหนักเกินไป
หากต้องการความนุ่มนวลมากขึ้น สามารถใช้ผ้าม่านโปร่งสีขาวหรือ Off-white เป็นชั้นด้านในร่วมกับม่านทึบด้านนอก จะช่วยให้แสงในห้องดูละมุนและภาพรวมดูสมบูรณ์ขึ้นค่ะ
วอลเปเปอร์กับผ้าม่านต้องเป็นสีเดียวกันไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ การเลือกให้อยู่ในโทนหรือ Undertone เดียวกัน แต่ต่างน้ำหนักสีเล็กน้อย มักทำให้ห้องดูมีมิติและเป็นธรรมชาติมากกว่า
ถ้าวอลเปเปอร์มีลาย ควรเลือกผ้าม่านแบบไหน?
แนะนำผ้าม่านสีพื้น หรือเลือกสีที่ดึงมาจากหนึ่งในโทนของลายวอลเปเปอร์ จะช่วยให้ห้องดูเชื่อมโยงกันโดยไม่รู้สึกว่ามีลายมากเกินไปค่ะ
ผ้าม่านควรเข้มหรืออ่อนกว่าวอลเปเปอร์?
ไม่มีข้อบังคับตายตัวค่ะ แต่การใช้ผ้าม่านเข้มกว่าวอลเปเปอร์เล็กน้อย เป็นวิธีที่ใช้งานง่ายและช่วยสร้างกรอบให้บริเวณหน้าต่างดูชัดขึ้น
เลือกวอลเปเปอร์และผ้าม่านพร้อมกันได้ไหม?
ได้ค่ะ และจริง ๆ เป็นวิธีที่ดี เพราะสามารถเทียบสี Texture และวัสดุร่วมกัน ทำให้ควบคุม Mood ของห้องได้ง่ายกว่าการเลือกแยกกันคนละช่วงเวลา
Penoble Decor & Design
ให้บริการทั้งวอลเปเปอร์และผ้าม่าน พร้อมช่วยแนะนำการจับคู่สี Texture และวัสดุให้สัมพันธ์กับพื้นที่จริง เพื่อให้ภาพรวมของห้องดูสวย กลมกลืน และตรงกับสไตล์ของบ้านแต่ละหลังค่ะ